การแข่งแรลลี่ทรานไซบีเรียของ Porsche

“แน่นอนว่าในบางช่วงของการแข่งขัน สมรรถนะของเครื่องยนต์ช่วยให้ผมรักษาตำแหน่งในการแข่งขันอยู่ได้” -Jeff Zwart นักขับรถ Porsche ของทีม North America ทีม 3

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2550 ทีมแข่ง 24 ทีมซึ่งใช้รถ S sport utility ของ Porsche Cayenne S ที่ได้รับการตกแต่งเครื่องยนต์ ได้ทำการลงแข่งขันในการแข่งขันแรลลี่ทรานไซบีเรีย ปีพ.ศ.2550 ซึ่งเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่สุดโหดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การแข่งขันแรลลี่ โดนเริ่มต้นที่มอสโค ทีมจากทั่วโลกขับผ่านไซบีเรียเข้าสู่มองโกเลีย เป็นระยะทาง 7,100 กิโลเมตร (4,412 ไมล์) ในสภาพการขับขี่ที่ยากลำบาก ทั้งเนินทรายในทะเลทรายโกบี เส้นทางที่เต็มไปด้วยโคลนในป่า รวมถึงการขับข้ามแม่น้ำ แม้เส้นทางที่สุดโหดนี้จะเป็นที่ท้าทายต่อนักขับรถ Porsche และคนนำทาง แต่เครื่องยนต์ก็ยังสามารถทำงานได้อย่างไร้ที่ติด้วยโมบิล 1

“การแข่งขันแรลลี่ทรานไซบีเรียนี้เป็นบททดสอบของสมรรถนะยานยนต์อย่างแท้จริงในการทำงานของ เครื่องยนต์ภายใต้สภาวะที่สุดโหด” Jürgen Kern ผู้จัดการทีม Porsche Cayenne Transsyberia กล่าวว่า ”“เช่นเดียวกับที่เราเคยทำมา เราหันมาใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ โมบิล 1” ช่วงอุณหภูมิที่โมบิล 1 ทำงานซึ่งอยู่ระหว่างอุณหภูมิ -45C (-49F) ถึง 200C (329F) เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง สำหรับรถที่ใช้เครื่องยนต์สมรรถนะสูง เครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์ท และเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ อย่างรถ Porsche Cayenne S นอกจากนี้แล้วรถ Porsche รุ่นปัจจุบันทุกคันก็ยังได้รับการเติมโมบิล 1 ตั้งแต่ออกจากโรงงานผลิต

เส้นทางการขับขี่อันสุดโหดสายนี้หนักเกินไปสำหรับนักแข่งบางทีม คู่แข่งของ Porsche บางรายต่างประสบปัญหาเกี่ยวกับรถจึงทำให้ต้องถอนตัวออกจากการแข่งขัน แต่ทั้ง
25 ทีมของ Porsche สามารถฝ่าฝันตลอด 14 วัน จนสิ้นสุดการแข่งขันได้ทั้งหมด ทั้งนี้
7 ทีมในกลุ่มผู้ชนะเลิศ 10 อันดับแรกที่ Ulaanbaatar รวมทั้งทีม North America 2 ซึ่งเป็นทีมที่ชนะเลิศ ซึ่งขับโดย Rod Millen และ Richard Kelsey ต่างเป็นทีมที่ใช้รถ Porsche Cayenne S ที่เติมโมบิล 1 ซึ่งได้รับการดัดแปลงให้เป็นรถแรลลี่

Porsche Rally
trigger

ทดสอบกรุณาใช้เครื่องมือด้านล่างเพื่อหาสิ่งที่คุณต้องการ